เกี่ยวกับฉัน

รูปภาพของฉัน
รณรงค์การเลือกใช้สินค้าปลอดสารพิษเพื่อลูกเด็กไทยแข็งแรง
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BPA คือ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ BPA คือ แสดงบทความทั้งหมด

วันเสาร์ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2552

อันตรายจากสารBPA

ฉบับที่ 144 / 2552
แคนาดา และสหรัฐอเมริกาประกาศให้สาร Bisphenol A (BPA)
เป็นสารเคมีอันตรายต้องห้าม
นางสาวชุติมา บุณยประภัศร อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า รัฐบาลแคนาดาประกาศให้สาร Bisphenol A หรือ BPA เป็นสารเคมีอันตรายต้องห้าม เนื่องจากหน่วยงานด้านสาธารณสุข (Health Canada) และด้านสิ่งแวดล้อมของแคนาดา (Environment Canada) ตรวจพบว่าสาร Bisphenol A เป็นสารเคมีที่ใช้สำหรับทำให้พลาสติกแข็งตัวและคงรูปและใช้ในการผลิตภาชนะกระป๋อง ขวดน้ำ ขวดนมเด็ก และ CDs) เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในธรรมชาติและเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง โรคหัวใจ เบาหวาน และโรคตับ ซึ่งเคยประกาศห้ามจำหน่ายขวดนมเด็กที่มีสาร Bisphenol A ไปแล้วเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2551 ซึ่งสำนักงานส่งเสริมการค้าฯนครโตรอนโตคาดว่าภายในปี 2552 รัฐบาลแคนาดาจะประกาศห้ามนำเข้า จำหน่าย และโฆษณาสินค้าพลาสติกและสินค้ากระป๋องที่มีสาร Bisphenol A ปนเปื้อน
นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกาเป็นอีกประเทศหนึ่งที่ให้ความสำคัญ และเมืองชิคาโกเป็นเมืองแรกที่จะบังคับใช้กฎหมายนี้ โดยจะออกกฎหมายห้ามใช้สารBPA ในขวดนม หรือภาชนะบรรจุอาหารสำหรับเด็กและทารกวัยแรกเกิด คาดว่าภายหลังผ่านการอนุมัติกฎหมายใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 31 มกราคม 2553 เป็นต้นไป แต่การประกาศห้ามใช้สาร BPA ของสหรัฐฯ นั้น มีความเข้มงวดมากเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น สหภาพยุโรป ญี่ปุ่น ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ อย่างไรก็ตาม องค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (US Food and Drug Administration: USFDA) มีความเห็นสอดคล้องกับหน่วยงานกฎหมายในประเทศแคนาดา ยุโรป และญี่ปุ่น ว่าปริมาณสาร BPA ที่พบในบรรจุภัณฑ์ไม่ทำให้เกิดอันตรายต่อสุขภาพที่รุนแรงและเฉียบพลัน ทั้งในผู้บริโภคทั่วไปตลอดจนทารกและเด็กเล็ก ซึ่งอนุญาตให้พบสาร BPAได้ในปริมาณที่ไม่เป็นอันตราย สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก http://fic.nfi.or.th//upload/early/media/4495.pdf และ www.chemicalsubstanceschimiques.gc.challenge-defi/bisphenol-a_e.html
อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศกล่าวเพิ่มเติมว่ามีแนวโน้มว่าประเทศต่างๆ จะเข้มงวดมากขึ้นในการห้ามใช้สาร BPA กับผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กและทารก ภาชนะพลาสติก กระป๋อง ขวดน้ำ ขวดนม ฯ ดังนั้น ผู้ผลิต ผู้ส่งออกของไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการผลิตสินค้ากลุ่มดังกล่าวไม่ให้มีสาร Bisphenol A ปนเปื้อน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาถูกกักเก็บ ทำลาย และห้ามนำเข้าสินค้าของไทยในตลาดแคนาดาและสหรัฐอเมริกา ซึ่งอาจจะมีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้
∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗∗
ที่มา : 1. สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครโตรอนโต
2. สถาบันอาหาร 24 มิถุนายน 2552
pcoc.moc.go.th/.../85/.../ฉบับที่%20144%20ข่าว%20มก%5B1%5D..doc -

วันเสาร์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

สารพิษอันตราย

“มารู้จักสารพิษอันตรายที่มักปนเปื้อนมากับสิ่งของของลูกน้อยกันดีกว่า........”

คุณพ่อและคุณแม่ควรใช้เวลาสักนิดในการตรวจสอบว่าของใช้ลูกน้อยมีสารเคมีที่เป็นอันตรายหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้อ

สาร BPA คืออะไร?

BPA (Bisphenol) เป็นสารเคมีที่พบในบรรจุภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่มที่ทำมาจากพลาสติก และที่สำคัญคือ มีการทดลองในหนูพบว่า BPA เป็นสารที่มีส่วนเกี่ยวข้องในการเกิดมะเร็งเต้านมและมะเร็งในต่อมลูกหมาก และส่งผลต่อความผิดปกติทางพันธุกรรมของเซลล์ในร่างกายอีกด้วย 
จากรายงานของ Environment California Research and Policy Center ชี้ให้เห็นว่า ขวดนมพลาสติกใสแบบที่นิยมใช้กันอยู่ทุกวันนี้ มีพิษจากสารเคมีที่เป็นภัยต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโต ระบบประสาท และระบบสืบพันธุ์ (Bisphenol A)

Phthalates คืออะไร
Phthalates เป็นสารเคมีที่ใช้เพิ่มความอ่อน (Softener) โดยมากจะปนเปื้อนอยู่ในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจาก PVCรวมถึงของเล่นเด็กเล็กที่ทำด้วย PVC เช่น ห่วงยางกัดสำหรับเด็กอ่อน (Teething Ring), Dummies, Rattles ฯลฯ
โดยสารดังกล่าวจะเข้าไปสะสมในร่างกายและอาจก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้

Nitrosamine คืออะไร
ไนโทรซามีนมากกว่า 250 ชนิด สามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของดีเอ็นเอ (mutagen) และเป็นสารก่อมะเร็ง(carcinogen)โดยสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งกับสัตว์ทดลองได้ ทำให้สถาบันวิจัยต่างๆลงความเห็นว่าไนโทรซามีนน่าจะส่งผลต่อร่างกายมนุษย์เช่นกัน โดยอวัยวะที่ได้รับผลกระทบส่วนใหญ่คือ ตับ ไต ปอด ผิวหนัง และตา พบในผลิตภัณฑ์ที่ผลิตจากยางเช่น จุกนมยางสำหรับทารก และสารกันบูด


สารตะกั่ว (Lead) คืออะไร
เป็นแร่ธาตุธรรมชาติที่มีพิษต่อร่างกายมนุษย์ ยังมีการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมผลิตน้ำมันรถยนต์ อุตสาหกรรมการพิมพ์ ฯลฯ ทำให้ปริมาณสารตะกั่วในธรรมชาติมีเพิ่มมากขึ้น เมื่อผู้บริโภครับประทานอาหารที่มีสารตะกั่วเข้าไป จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะได้รับสารตะกั่วสะสมในร่างกาย เป็นผลให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โลหิตจาง เยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น สำหรับเด็กเล็กจะทำให้ร่างกายเจริญเติบโตไม่เต็มที่มี IQ ต่ำ และมีพัฒนาการทางร่างกายที่ช้ากว่าปกติ